Pisit's profile『Soul-of-The-Saint』[i']B...PhotosBlogLists Tools Help

Pisit Pisityothin

Occupation
Interests
『Soul-of-The-Saint』
คุยไม่เก่ง คุยไม่เป็น จีบสาวยิ่งแล้วใหญ่ ชีวิตมีแต่ความเรียบง่าย หน้าตาก็งั้นๆ นั่นสิแล้วจะมีใครมาสนใจ หึหึ เอาไงดีกะชีวิต ดีวะ ...

『Soul-of-The-Saint』[i']Boat』 My کpaces Çlub ™

[๑۩۞۩๑]การที่เราจะรักใครสักคน อายุไม่เป็นอุปสรรค แต่ อุปสรรคอยู่ตรงที่เราจะเข้าใจกันหรือเปล่า[๑۩۞۩๑]
Photo 1 of 71
October 06

ชีวิตที่เหมือนเปลี่ยนไป

เฮ้อ กว่าจะสอบเส็ด ทำไม มันทรมานยังงี้เลยละฟะ
ไม่รู้ทำไม รู้สึกพักนี้ อารมณ์แปรปรวนง่าย
ทำไม เรื่องที่ไม่ดีๆ มันพุ่งเข้ามาเยอะ ดวงกุไม่ดีขนาดนั้นเลยหรอวะเนี่ย
 
1 เดือน ที่ ไม่ได้เล่นเกม
1 เดือน ที่ ไม่ได้เล่นบาส
กุทามไปได้ เหมือนชีวิตกุจะเปลี่ยนไป
 
ยังไง เบื่อก็ต้องเล่นพวกนั้นอยู่แล้วละ
เซงจิต  =w= ชีวิตวุ่นวาย
 
ขอโทษคนอ่านละกัน ที่ เห็นเหมือนกุบ่น
มันไม่ได้อัพมานานกัวมันจะเน่าเลยมาระบายใส่
 
ก่อนหน้าจะสอบก็ดันมีเรื่อง เฮี้ยๆ มาทำให้ไม่มีกะจิตกะใจอ่านหนังสือ
 
แต่สอบเส็ดแล้วก็ดี ไปเท่ว กะพวกกัซ ฮ่อง แมน(แก็งขาประจำ)
กะ น้องๆ ค่อยยังชี่ว หนุกดี ตังก็หมดไปไวเหมือนกัล ฮ๋าๆ
 
ขอบคุณพวกมึงกะน้องๆมากว่ะ ที่ทำให้กุอารมณ์ดี
ภายนอกอาจจะเห็นว่ากุยิ้ม แต่ข้างในกุนิ ไม่เลยวะ (โคตรจะกลับกัน)
กุขอบคุณพวกมรึงมากจิงๆว่ะ
 
อันนี้พูดถึงใครบางคนที่เป้นกระต่าย เผื่อบังเอิญจะแวะมา
ก็ไม่รู้นะว่า กุ เป็นเพื่อนแกหรือเปล่า หรือไม่ใช่
ความอดทนก็มีจำกัดนะ ไม่ใช่กุไม่มีลิมิต
2 ปี ที่เป็นเพื่อนกันไม่มีความหมายเลยใช่ไหม
ถ้าไม่ใช่ แล้ว เข้ามาในชีวิตกุทำไมอ่ะ
พอแกมีโอกาสเลยแวะมาหากุหรอ ไม่ต้องการว่ะ ขอร้อง
 
แกรับโทสับแล้ว บอกกุมาเลย แค่นั้น กุทำใจได้
นี่มันก็จะปี นึงแล้วนะ แกก็รู้ว่ากุโทหาทุกวันอ่ะ
อย่ามาอ้างนู้นอ้างนี้เลย ถ้ายังนิ่งต่อไป
ต่อให้พลิกแผ่นดินหา กุก็จะหา
 
กุรู้อยู่แล้วละว่า คงไม่มีวันจะเป็นไปได้
แต่อย่างน้อย คำว่า "เพื่อน" มันไม่มีเลยหรือไง
กุขอเหอะ ให้กุรู้ ที ว่า กุเป็นอย่างไร
ได้โปรดเหอะ ให้คำตอบกุมา
ถึงแม้ว่าแกจะไม่แวะมาที่ชั้นอีกแล้วก็เหอะ
 
PS  กัซ,ฮ่องเต้,แมน กุดีใจว่ะ ที่ได้พวกมรึงมาเป็นเพื่อน กุละซาบซึ้งมากเลย
Pro ซึ้งหน่อย ฮ๋าๆ
 
 
 
 
September 05

เพราะความเป็นเพื่อน ที่พวกกุมีให้ แต่พวกมรึงไม่มี

 
จบซะที กับงานที่เหนื่อย
จบซะที กับงานที่ต้องเสียเวลา
จบซะที กับงานที่ต้องเสียอารมณ์
จบซะที กับงานที่เสียความรู้สึก
 
จบไปแล้วกับงานประกวด Cheerleader ในวันที่ 1 กันยายน ที่ ผ่านมา
ซึ่งปีที่แล้ว พวกกุ (กัส,ดุล,เบนซ์,อาท,ต๊ะ,แมน,เต้,เหมี่ยว,พิม) ทำให้พวกมรึง(หลีด)อ่ะ
พวกกุ ทามให้พวกมรึงตามที่ขอ เลย เหนหรือเปล่าละ เครนที่พวกมรึงสั่งมาอ่ะ
ก่าจะทามได้อยางที่เห็นน่ะ มานเหนื่อยนะโว้ย ทามถึงตี1-2 เกือบทุกคืน ทามเกือบเดือน
สั่ง มาน ต่าง กับ คนที่ทำปฏิบัตินะเฟ้ย!!
 
พวกมรึงรู้ใช่ป่ะ ว่า พวกกุรู้สึกยังไง เอาปี 2549 ก่อน
(กุขอเหอะ ปีที่แล้ว กุไม่ได้บ่นในสเปซ กุขอทีเดียวเลย)
ตอนนั้น น้องหรีด เรียกกุไปดู Com แล้ว แม้งมีคนนึงที่ เปน Prop. มาด่ากุว่า
"อย่าชวนน้องเล่น น้องต้องซ้อม" แล้วทามมายกุเหน พวกมรึงเล่นกะน้องละ
บางคนแม้งก็ไม่ซ้อม นั่งอู้ เล่นกะน้อง ทำไมไม่ไปด่ามันบ้างอ่ะ
 
พวกกุเหนื่อยนะโว้ย ต้องพักบ้าง ทามมายอ่ะ กุเพื่อนมรึงนะโว้ย มาช่วยพวกมรึงทำงาน
ทำไม มรึงเข้าข้างแต่ หลีดละ ไม่มาเห็นใจ เข้าข้าง พวก Production เลย
มรึงรู้ใช่ป่ะ ว่า Cheer กับ Production เป็นของคู่กันอ่ะ
พวกมรึงน่าจะรู้นะ ว่าพวกกุ รู้สึกยังไงอ่ะ ปีที่แล้ว
 
ไม่งั้น ตอนขนของอ่ะ พวกกุจะลองใจพวกมรึงทำไม
ไอ้เบนซ์อ่ะ แค่เอากล่องไปขวางทางบันได เพื่อลองใจพวกมรึง ว่า จะช่วยเก็บไหม
แล้ว พวกกุก็ไปขนของ จากอาคารกีฬา มาที่ ตึกสโม กลับมาเห็นกล่องอยู่ที่เดิม
แค่เลื่อนตรงกลางให้เดินได้ ไม่เป็นไร~พวกกุทนได้
แต่พอพวกกุ เข้าไปในห้องพักพวกมรึงอ่ะ พวกกุทนไม่ได้เลยนะโว้ย
 
พวกมรึงทามรายอ่ะ สั่ง Pizza มากิน กะ เล่นไพ่ ปล่อยให้พวกกุขนขอของ
ของมันน้อยมั้ง ของมันไม่หนักเลยมั้ง Cheerleader เหนื่อยมาก ต้องพักก่อน
แล้ว กุ อยากถามพวกมรึง พวกกุไม่เหนื่อยหรอ?? พวกกุเป็น  "จับกัง" ของพวกมรึงหรือไง
มี แต่ พวก Cheerleader ที่เป็นรุ่นน้องมาช่วยเราอ่ะ (พวกเพื่อนคิด) ปี 1 เองนะโว้ย แต่ดู ปี2 ที่เป็นรุ่นเดียวกันดิ
 
มรึงเห็นที่พวกกุใส่อารมณ์ กับ พวก มรึงป่ะละ วันนั้นอ่ะ
ถ้า กุ ไม่อยากเสียเพื่อน วันนั้น กุ ไม่ห้าม พวกไอ้เบนหรอก
ถึงจะมีพี่มีมี่ มาห้าม ถ้ากุจะเอา กุเอาไปแล้ว
แล้วเป็นไง ลงเอย ที่ ว่า ต้อง ปวารณา (เปิดใจ)
แต่ถึงจะ เปิดใจ พวกมรึง ก็ มัวแต่ปกป้องกัน
 
กุเบื่อนะโว้ย แล้วไอ้เฮี้ยนั่นอ่ะ เรียกว่า ไอ้หล่อละกัน กุไม่อยากระบุชื่อ ที่ชอบชู2นิ้วอ่ะ(เอาเป็นที่รู้กัน)
พวกกุ เตือนมรึง ทำไม มรึงต้องไหลไปเรื่อยๆอ่ะ พวกกุบางคนเห็นว่ามรึงไม่ได้ทามอย่างที่พูดไว้อ่ะ
ยังจะไหลได้อีกอ่ะ ตอนนี้ มรึงอยู่ได้แค่ IE กับ หอมรึงอ่ะ กุรู้ว่าเก่งอ่ะ แต่กุขอมรึงได้ไหม
กุขอความจริงใจได้ป่ะ ไม่ใช่มาโกหกกุอ่ะ กุแค่ขอมาติว Fluid วันนั้น มรึงมาติวที่ 60 ปีอ่ะ
ก่อนหน้านั้น กุโทไปหามรึง มรึงไม่รับ กุก้อนึกว่ามรึงหลับ แต่พวกภาคเครื่องบอกมรึงติวอยู่
กุเลยขึ้นไปดู เห็นมรึง แล้ว กุลองโท หามรึง มรึงไม่รับ แล้วตอนมรึงเลิก มรึงมา Wat's up หาแม่มรึงหรอ
กุอยากบอกมรึง Fuck!!
 
วันนั้น ไอ้หล่อโดนพวกกุ เปิดใจ มรึงคนเดว โดยมิได้นัดหมายเลยนะ
มรึงน่าจะรู้ได้แล้วมั้ง ว่าพวกกุคิดยังไงอ่ะ
แล้ว พวกกุก็บอกพวกมรึงแล้วนะ ว่า "พวกกุไม่ทามงานนี้แล้วนะ แต่ถ้ามาช่วยอ่ะได้"
พวกมรึงก็ บอก "เออ"
 
มาถึง ปีปัจจุบัน 2550
 
งาน Production ของ Cheerleader จะเป็นงาน ที่ พวกปี 2 จะทำ
แต่คราวนี้ พวกกุ (ตอนแรกๆ มี กุ แมน กัส)ไม่เห็นว่ามีคนมาทามงานนี้ เห็น น้องรัก ทามคนเดียว
พวกกุ เลยต้องเข้าไปช่วย ตอนแรกๆ ก็ทาสี
แล้ว น้องรักก็มีงานไม้มา พวกกุเลยต้องเข้าไปช่วยงานไม้
 
ไม่อยาก เห็น น้อง เค้าทามคนเดว ก็ คำว่า น้องอ่ะนะ พวกกุเลยต้องเข้าไปช่วย
แต่ไปๆ มา กลายเป็นพวกเราทามหมด ก็ไม่ได้ว่าหรอก ช่วยงานน้อง (เพื่อน้องเฟ้ย!!)
สหภาพแรงงานไม้ ก็ เลย ประกอบไปด้วย ฮ่องเต้,แมน,โบ๊ท (กุเอง) , กัส
 
พวกกุเรียนเยอะนะ อุตส่า ปลีกมาทามงานให้ ตอนแรกก็ว่าจะตีกรอบ แล้วให้มันตั้งให้อยู่
กลาย เป็น ป้ายคัดเอาท์ สูง4.8เมตร กว้าง 3เมตร  เอาแบบให้มันต้้งได้
Oh My GOd!! มันเอาเข้าไปได้ซะเมื่อไรละ
ทีนี้ ไอ้เต้ กะ ไอ้กัส ก็เลยคิดวิธีขึ้นมาได้ เก่งจิงๆพวกนี้
 
เลยไปดูสถานที่กัน โดยรถไอ้ อาธ ไปดูว่าจะยกยังไงกัน
พอดูเส็ด พวกมันก็ไปซื้อไม้กัน ส่วนกุไปงาน meeting ของไฟเครื่อง(กุขอโทษพวกมรึงในที่นี้ด้วย)
 
พอวันถัดมา ก็วันก่อนจะแข่งวันนึงอ่ะ ตกลงกันว่าจะโต้รุ่งกัน
ก็เลยมาทามกัน ตอนจะทามเสือกฝนตก ดีจิง!!
พอฝนหยุดตกก็เริ่มทามกันต่อ ทามไปถึง 6 โมงเย็น
กุกะไอ้กัส ก็ ต้องไปงานเลี้ยงน้อง โรงเรียน โดยบอกพวกมานว่า จะกลับ มาตอน 4 ทุ่ม
(ขอบคุน น้อง G10 ดังนี้ โบ วิว แก้ม ที่มาช่วยงานไม้ในตอนเย็น)
เด๋วเรื่องเลี้ยงน้อง ค่อยมาแต่งไหม เข้าเรื่องต่อละกัน
 
แล้วคราวนี้คิดว่า สาย + กำลังจะกลับบ้าน เลยโทไปถามไอ้แมน ว่าขาดไรไหม
มานเลย บอก เอาไม้เสียบลูกชิ้นมาเยอะๆ
ก็เลยกลับไปเอามาให้ มาถึง ก็ 5 ทุ่มแล้ว
ก็เหนน้อง ปี2 พวก ฮอป มาช่วย ก็ อืมดี ว่ะ มีคนมาช่วยเยอะแระ
 
ก็ทำไปถึงตี 3 แล้วก็กลับบ้าน แล้วมาเจอที่ร้านเกม
เพราะว่า ถ้าหลับ นิ หลับเป็นตายแน่นอน ด้วยคติ "Pro NO นอน"
อีกอย่าง มีเรียนตอน 8 โมงเช้าด้วย วิชาของ ซัคจี้!!
 
พอมาถึง 6 โมงก่า จามได้ ว่า นัดไว้ 6 โมง ไม่เห็นจะมีคายมาเลย ดีจิงๆ
น้องรักทนไม่ไหว อารมณ์เลยขึ้น ก็เลย ช่วยน้องรักไปขน
เพราะว่า มาแล้ว ต้องช่วยบ้าง ดีก่าไม่ช่วย พอช่วย ก็เข้าไปเรียน (กุเข้าสาย!! พวกมรึงเห็นไหม กุซวย)
 
กุพยายามรีบทาม Lab Cad/Cam ให้เส็ด แต่ก็ไม่ได้ เพราะมันยากชิบหาย
พอกุเส็ดปุ๊บ กุก็นั่ง มอไซค์ไปที่อาคารกีฬาเลย
มาถึง โทหาไอ้เต้ ป้าบ มันบอก กุไป คณะแล้ว -..-
 
อืมไม่เป็นไร กุเลย ซื้อ M-150 มากินต่อ เพราะไม่ไหวละ จะหลับละ
กุเซงอ่ะ ตอนที่เข้าไป (กุไม่พูด.....ข้ามเลยละกัน)
พอพวกไอ้เต้กะไอ้กัสมา ก็ขนของ จะกลับ โดยใช้รถสามล้อ
กุญแจแม้งเสือกไขไม่ออก บอกนายกให้ลงมาก็เอื่อยมาเชียว
 
อารมณ์ยิ่งขึ้นลง ง่ายอยู้ ก็เลยสะเดาะกุญแจก่อนเลย
พอแม้งมา ก็อนุญาต (แน่นอน อารม พวกกุไปแล้วนิ) ไอ้กัสละเลงเอาค้อนตอกจนโซ่พังเลย
แล้วก็ขี่สามล้อกลับมา มาถึง กุญแจไม่มี Oh God!!
ไอ้กัส เลย โท ไปหา พวกหลีด ให้หากุญแจให้หน่อย
แม้งก็อ้างนู้นอ้างนี่ กุงานเยอะ กุไม่ได้นอน แล้วไอ้ที่คุยกะกุละ??
บอกว่า เพื่อเพื่อนอ่ะ จะรีบกลีบไปนอน แม้งก็ไม่หาให้ มันเสียความรู้สึกนะโว้ย
 
เลยต้องโทหาน้องคิด แล้ว ก็ไปหาที่อาคารกีฬาแม้งซะเลย
ถึงได้กุญแจมา แล้วก็ แยกย้ายกันกลับบ้าน
 
กุจะสรุป สิ่งที่ได้จากงานนี้ให้ฟัง
 
1.กุเสียความรู้สึกกับ Cheerleader ที่เป็นเพื่อนกุอย่างมากกกกกก
2.ใช่ มรึงก็โต้รุ่ง แต่มรึงโต้รุ่ง ทามสิ่งที่มรึงชอบนิ ไม่ใช่พวกกุนิ เสียเวลามาช่วยพวกมรึง ได้โปรดอย่าบอกว่า กุก้อโต้รุ่งเหมือนกัน มันไม่เหมือนกัน
3.แค่คำว่าเพื่อน ยังไม่มีให้ แล้ว ครั้งต่อๆไป คนอื่นจะมีให้พวกมรึงหรอ
4.กุมาทามให้ กุไม่ได้อารายซะอย่าง มีแต่เสีย กับ เสีย ขอบคุณสักคำก็ไม่มี
5.อย่ามาสั่ง พวกกุ พวกกุ ไม่ใช่ จับกัง ไม่ใช่ ลูกน้อง กุเป็นเพื่อนของพวกมรึงนะ!!!
6.และอีกอย่าง ถ้าพวกมรึงไม่มี พวก production พวกมรึง จะทามงานได้หรอ มรึงต้องให้ สิทธิ, เกียรติ กับ พวกนั้นด้วย
7.ถ้ามรึงไม่พอใจ ในผลงานที่ พวกกรุ กะ พวกน้องๆ ทาม มรึงมาทามเอง กุเกลียด พวกดี แต่สั่งที่สุด
 
พอๆๆ เด๋วกุนึกออกกุจะมาบ่นอีกรอบ สาดดดดด
August 21

Happy BirthDay To ¥eaN

เฮ้อ หลังจากดองเค็มมานาน!! (ไม่ได้ดองสักหน่อย แต่งนิยาย ยังไม่จบเลย T^T)
วันนี้ พึ่งได้ เวลาที่ จะเขียนถึง เมื่อวันที่ 12 สิงหา มันเปนวันเกิด คายหว่า =[]=!
 
วันเกิดของกาต่ายน้อยนี่เอง  >"<  อืมม เขียนถึงดีกว่า
เห็นบอกว่า ไม่ให้แต่งนิยาย เขียน ชีวิตจริงบ้าง จาดไป!!
 
อืม วันนั้น ส่ง sms ไป ไม่รู้จะได้รับไหม?! ทำไม ไม่รับโทรศัพท์ เค้าก็ไม่รู้ (จิงหรอ!!)
ช่างเหอะ บางที การเขียนอย่างนี้ อาจจะยั่งยืนพอ ที่จะทำให้เห็นก็แล้วกัน (ไม่รู้ ว่า จะนานเท่าไร)
 
ไหน ก็ เขียนไปละ มาๆๆ ดูรูปยัยกาต่ายน้อยของเราเลยดีก่า -...-
 

 
ยินดีที่มีอายุครบ 20 ปี ซะที (หรือ 21 หว่า =_=)
ว่าจะซื้อของขวัญให้อยู่ แต่ ว่า ไม่รับโทรศัพท์ + ด้วยความจำเป็น เลยไม่ได้ซื้อไปซะละ
แต่ ช่างเหอะ ซื้อไป ก็ คงไม่ได้ให้อยู่ดี หึหึ
 
ไม่รู้จะพูดอะไรมาก ถ้าคิดได้จะมาเพิ่มละกัน
"ในยามที่เดินอยู่คนเดียว หรือ มีคนมารุมล้อมมากมาย แค่เพียงหันมามองข้างหลัง ตรงเส้นทางที่ผ่านมา จะเห็นใครบางคนที่รออยู่ที่เดิมเสมอ
คนที่ตอนนี้ไม่ได้เรียกร้องให้สนใจ ไม่ได้เรียกร้องให้สงสาร คนที่ขอแค่เพียงรับรู้ความรู้สึกที่มี และอย่าลืมกันก็พอ และเป็นสิ่งที่เคยเป็น"
 
ขอให้มีความสุขมากๆ แค่นี้ละ หึหึ
 
April 12

คำถามที่ต้องถามตัวเอง

การที่เราจะทำให้คนที่เรารักนั้นมีความสุข จำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องมีความสุขด้วย

Prologue

เรื่องนี้ จะยาวมากๆๆๆๆๆ
ตัวละครในเรื่อง ยืมชื่อมาจากชีวิตจริง
เรื่องแต่ง =w=
 
Chapter1 :
 
"โบ๊ทๆๆ" เสียงน่ารักๆใสๆ เรียกชื่อผม ให้ผมหันไป
"มี ไร หรอ ค้าฟฟฟฟ~" ผมตอบกลับไปยังต้นเสียงที่เรียกชื่อผม
""อิอิ ไม่มีไรหรอก >w< เรียกเฉยๆ ว่าแต่ นายจะไปเล่นบาสป่ะ" เธอพูดพลางทำหน้ากวนๆ + บ็องแบ้ว เห็นแล้ว หมั่นไส้ -*-
"ค้าฟฟฟ คิดว่าผมจะไปทำอะไรหรอ ชีวิตนี้ ว่างเป็นเล่นบาสค้าฟฟ พี่น้อง" ผมตอบกลับด้วยนำเสียงกวนๆ
"จิงหรอ เราก็นึกว่านายจะเล่นแต่เกม -_,- อิอิ" เธอแอ๊บแบ๊ว อีกแล้ววว
"เฮ้ยๆ =w= อยู่โรงเรียนชั้นเล่นแต่บาสฟะ ขอร้อง =A=" ผมตอบเธอด้วยท่าทางเหมือนโดนแทงกลางใจ
"555 งั้น เราไปกลับบ้านก่อนละกัน อิอิ" เธอพูดพลางหัวเราะ คิกคัก
"ชิ้วๆๆ -_- กลับบ้านดีๆละ" ผมพูดพลางทำมือไล่ให้กลับบ้าน
 
หลังจากที่เธอกลับบ้านแล้วผมก็ไปเล่นบาสกับผองเพื่อน
 
"เฮ้ยไอ้โบ๊ท ใครวะ~"เสียงเพื่อนคนนึงในนั้นถาม
"บ่!! ไอ้แมน เพื่อนกุๆ -*-" ผมพูดเสร็จก็ส่งลูกให้เพื่อน
"ใช่หรอวะ O_o" เพื่อนๆที่เล่นบาสด้วยกัน พูดพร้อมกัน
"-*- เออสิวะ รู้จักกันตั้งนานแล้วโว้ย" ผมตอบเสียงๆดัง
"ให้มันจิง 5 5 5" แล้วเพื่อนก็ส่งลูกบาสกลับมา
"สับบบ!!" เสียงลูกบาสลง
"เฮ้ย ไอ้โบ๊ท เล่นทีเผลอ" เพื่อนตะโกนกลับมา
"5 5 5 ปล่อยกุโล่งเอง เป็นไง 3 แต้ม 55" ผมทำท่าเยาะเย้ย
"Sarddd ฟลุ้คคค" เพื่อนตะคอกด่า (ไม่ต้องบอกก็รู้ 555)
 
หลังจากซ้อมบาสเสร็จ
"ไปกินร้านพิมกัน"
"เออๆ ไปก็ไป กำลังหิวพอดี"
 
Chapter 2 : ที่ร้านพิม
"เจ๊ๆ ขอไข่เจียวระเบิด 6 ผัดมาม่า 4 ครับบ"เสียงเพื่อนในกลุ่มสั่งให้
"จ้าๆ" เจ๊ตอบกลับ (เจ๊คนนี้ ชื่อเจ๊พิมนะจ้ะ *-*)
 
ในระหว่างที่รอข้าวอยู่
"เฮ้ยวันนี้ไม พี่ต้องซ้อมหนักจังวะ" เพื่อนชื่อป้องถาม
"จะไปรู้หรอ ตอนนี้ ข้าเริ่มชินละ" นพตอบ
"โธ่พวกอ่อน อย่าบ่นมาก ซ้อมๆไป ก็จบ" เพื่อนที่แชมด่าเข้าให้
"เออ ใครจะสู้มรึงได้ค้าฟฟ ไอ้คุณแชม" ผมประชด
"อย่าพึ่งเถียงกันจ้า ข้าวมาแล้วจ้ะ เด็กๆ" เสียงเจ๊พิมมาห้ามทัพไว้ก่อน =w=
"ค้าฟ ^w^ เอ้า กินโว้ย" เสียงไอ้ต่อตะโกนสั่ง
 
ตอนกินข้าว คงไม่ต้องบรรยาย ^w^ ......หลังจากทานหมดแล้ว.....
 
"ไอ้ดุ๋ย วันนี้แกเอาเรื่องอะไรมาวะ" เสียงไอ้แชมถาม (=[]=)
"ตรึมว่ะ แกคิดว่าแกถามใครวะ -_,- เอ้า เอาของเก่ามาแลก" ดุ๋ยตอบกลับมา
"เฮ้ยๆ กุเอาเรื่องนี้ ..... อย่าแย่งกุดิ....... เฮ้ย กุจองก่อน" เสียงความสับสนอลหม่าน วัยรุ่น พวกนี้กำลัง แย่งอารายกัน =[]= (คุณจะรู้ต่อเมื่อบรรลุนิติภาวะ *-*)
หลังจากแจกกัน (แย่งกัน) เรียบร้อยแล้ว ก็มีเสียงเพื่อนในกลุ่ม พูดขึ้น
 
"เฮ้ย ไอ้โบ๊ท นั่นเพื่อนมรึงป่ะ" ผมหันไปตามที่เพื่อนบอก
"แปปๆ ขอกุดูก่อน"ผมก็เพ่งมอง....มองไป
"เออว่ะ ทามรายอยู่อ่ะนั่น"ผมทำท่าสงสัย
"รอมรึงอยู่ป่าวว" เต้ล้อ =w=
"บ้า เค้าบอกกกุ จะกลับบ้านแล้ว แต่นี่มันผ่านมานานแล้วนะ" ผมทำท่าคิดชัวคราว = =a
ทันใดนั้น ผมเห็นผู้ชายคนนึง เดินเข้ามาคุยกับเธอด้วยท่าทางสนิทสนม =[]=
"อ้าวๆ มีแฟนแล้วหรอว อดล้อเลยวุ้ย" เพื่อนๆทำหน้าเซ็ง
"เอ้า กุบอกแล้ว ก็ไม่เชื่อ"ผมหันไปด่าเข้าให้
 
แต่ตอนที่ได้ยินคำว่า "แฟน" ทำไมผมรู้สึกฉุนๆหว่า = =a
 
จากนั้น ก็ ตัวใครตัว มัน กลับบ้านกันเรียบโร้ยยย~
 
Chapter 3 :
"กริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น
""แปปน้า แง่มๆๆ~" ผมเอามือไปปิดเสียงนาฬิกา
"โบ๊ท!! ตื่นได้แล้ว เพื่อนมารอแล้ว"เสียงขอองแม่ดังมาจากชั้นล่าง
"หา!! คายมาอ่ะ แม่"ผมตะโกนถามกลับไป
"รี่ มาจ้ะลูก" แม่ตอบกลับมาโดยทันที
"ชะอุ้ย =A= เฮ้ย กี่โมงแล้วฟะเนี่ย" ผม ขยี้ตรามองนาฬิกา
แกรกๆๆๆ
"เฮ้ย สาย แล้วสิตู" ผมรีบกุลีกุจอ ทำภารกิจส่วนตัวโดยแทบจะทันที
ไม่นานเกินรอ ผมก็วอ่งแจ้นมาหาเธอโดยทันที แล้วก็รีบใส่เกียผีไปโรงเรียนด้วยกัน
 
ระหว่างเดินทาง (............)
"รี่ เรา.. มีเรื่องจะถามหน่อย ได้ป่ะ??" ผมถามเธอ
"O_o ไรหรอ" เธอ แปลกใจกับท่าทีของผม
"มีแฟนแล้วหรอ"ผมถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"=[]= เอาที่ไหนมาพูด" เธอตอบผมด้วยสีหน้าตกใจ
"ก็..... เมื่อวาน เราเห็น เธออยู่กับใครอ่ะ ไหนว่าจะกลับบ้านไง" ผมยิงคำถามใส่โดยทันที
"เห็นตอนไหน และ เห็นไงอ่ะ ==a"เธอตอบด้วยสีหน้าฉงนใจ
"ลืมไปแล้วหรอ เมื่อวานเราซ้อมบาสอ่ะ"ผมตอบ
"เออแฮะ >_<" ก้ได้ๆ บอกก็ได้ คนนั้นอ่ะ เราแอบชอบ" เธอตอบด้วยสีหน้าอายย
"=[]= ว.....ว่าไงนะ อีกทีสิ" ผมพูดพลางมองกลับไปที่เธอด้วยท่าทางตกใจ
">[]< บ้า พอแล้วๆ ไม่พูดละ เอ๊ะ ถึงพอดีเลย ^^ ไปๆ เข้าเรียนๆ" เธอ ตอบด้วยสีหน้าดีใจ เมื่อมาถึงโรงเรียน
"ชิ!!" ผมพูดขึ้นมาเบาๆ ด้วยที่ไม่พอใจ ที่ดั๊นมาถึง โรงเรียนพอดี
 
เมื่อมาถึงโรงเรียน (............)
โอววว!! มาถึงโรงเรียนก็ต้องเข้าถึง..... =[]= เอ้ย ไม่ใช่ๆ เข้าแถว *-* แล้ว ก็ต้องทำตาม concept นี้
1.เข้าแถวเคารพธงชาติ
2.สวดมนตร์
3.นั่งสมาธิ (ถ้านั่งแล้วฉลาดแบบอิ๊กคิว คงจะดี -_,-)
4.นั่งฟัง ผอ.โม้ (น่าเบื่อ นรก เรียก พ่อ)
 
พอมาถึงช่วง4 ทีไร ต้องมีเสียงพึมพำ จาก คนที่เข้าแถวทุกที (ยกตัวอย่าง ^^)
"Sarddd เมื่อไรจะปล่อยสักทีฟะ ร้อนโว้ยยยย"
"Damn จะโม้ไรนักหนาวะ ***"
(ขอ sencor อิอิ)
 
ไม่ก็คุยกันไปเรื่อย ทุกทีผมก็ต้องร่วมวงคุย
แต่วันนี้ผมไม่ ผมรู้สึกหนักหัว ผมนั่งคิด ... คิดแล้วคิดอีก เรื่องที่ คุยเมื่อเช้า
"เฮ้ยๆ โบ๊ท เปนไรไปวะ" เพื่อนชื่อโจ้ สังเกตเห็น และ ถามผม
"ป...ป่าว ไม่เปนอะไรเลย กำลังคิดอะไร เพลินๆ"ผมสะดุ้งและตอบไป
"ฮั่นแน่ ให้กุเดา เรื่องผู้หญิงชัว ^w^v" เพื่อนผมทำหน้าทะเล้นใส่
"รู้ได้ไง .... เฮ้ย!! ไม่ใช่โว้ย"ผมรีบตอบกลับโดยทันที
"หึหึ เส็ดตู 555" เพื่อนผมหัวเราะใหญ่
"อ่ะนะ เอาเข้าไป"ผมทำหน้าเซ็งๆ ขึ้นมาทันที
 
พอผอ.พูดเสร็จ (ไม่มีคายฟัง) นักเรียนก็ถูกปล่อยแถวกลับห้องโดยทันที
 
Chapter 4 :
"เอ้าๆ มานั่งเร็วๆหน่อย นักเรียน" เสียงอ.จินตนาพูดขึ้นมาแต่ไกล
"ค้าฟฟฟฟ =w=*"ทุกคนเมื่อได้ยินของเจ๊แก ก็ รีบกลับไปนั่งที่กันอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่นั่งกัน เรียบร้อยแล้ว อ.จินตนาก็พูดเกี่ยวกับ Homeroom แต่ถึงจะพูดยังไง มันก็ไม่เข้าหูผมอยู่ดี ผมกลับเอาสมาธิไปมองสิ่งหนึ่งอยู่มากกว่า
"เฮ้ยๆ ไอ้โบ๊ท มองไรอยู่วะ" เพื่อนผมถามด้วยนำเสียงเบาๆ และมองตามทิศทางของสายตาผมไป
"อั่นแน่ ไม่ แคล้ว มองผู้หญิง ชัว 55" เพื่อนผมหัวเราะพร้ออมพูดแบบยั่วๆใส่ผม
"......" ผมไม่ได้พูดอะไรออกมา ผมก็ยังคงมองไปยังทางเดิมอยู่เหมือนเดิม
สิ่งที่ผมมองไป คือ ห้อง ที่เธออยู่ และ ผม ก็มองไป ยังเธอ ที่อยู่เยื้องจากห้องผมไปนิดหน่อย
หลังจากนั้น ผมก็ กลับไป นึกถึงอดีต ตอนที่ได้รู้จักเธอเป็นครั้งแรก
 
เธอชื่อ ... (กำลังคิดอยู่ = =*) เธอสวย น่ารัก หมวยกำลังดี =A= ผมนึกอยู่นะ แต่ จำไม่ได้ ว่าไป รู้จักกันอีท่าไหน =w=
นั้นสิ ยังงงตัวเองอยู่เลย (ฮา) ผมสนิทกับเธอพอสมควร ถึงขั้นตบตีกันได้เลย (เฮ้ย ผู้ชายใช้คำว่า ต่อย =w=*)
เออ! ช่างเหอะ รู้จักกันตั้งแต่เด็กๆ หลีงจาก ที่ คิดเกริ่นๆ ผม ก็ กลับไป คิดถึงอดีต อดีตที่สำคัญ
 
สมัยยังเด็กๆ
ถึงแม้ว่า เรา จะ รู้จักกันมาตั้งนานแล้ว แต่ สิ่งที่ผมนึกได้ คือ วันที่เรากลับบ้านดึกด้วยกัน
"โหย แกทำให้เราต้องกลับดึกเลย" ผมหันไปพูดกับเธอ
"ไร แค่นี้ ทำเป็นบ่นหรอ ชิ"เธอทำหน้าตาโหดใส่ผม
"ง่า =w= ไม่บ่นก้อด่ะ"ผมตอบเธอกลับ
"ดีมาก อิอิ"เธอพูดพลางยิ้มใส่ผม
 
หลังจากเดินกันมานานพอสมควร ท่ามกลางความเงียบงัน และ หมู่ดาว
จู่ๆ เธอก็ทำลายความเงียบนั้น
"โบ๊ท" เธอเรียกชื่อผม
"หือ??"ผมทำหน้าตาสงสัยใส่เธอ
"เราขออะไรแกอย่างนึงได้ป่ะ" เธอหันหน้ามาเผชิญหน้าผม
ผมตกตะลึงเล็ก และก็พูดออกมา
"ง่ะ อะไรละ พูดมาก่อนดิ"
"แกจะอยู่กับเราตลอดไปได้ป่ะ"เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
"โหย ขี้ปะติ๋ว :P ได้อยู่แล้ว ว่าแต่ ทำไมแกพูดเรื่องนี้ ขึ้นมาละ"ผมทำท่าสงสัยในท่าทีของเธอ
"ก็ในระหว่างเดิน บังเอิญนึก ว่า มันต้องมีสักวันที่ ทุกคน ต้องแยกย้ายกันออกไป เพื่อเดินตามเส้นทางของตัวเอง ใครที่จะมาอยู่เคียงข้างเรา ในยามที่เราไม่มีใคร"
เธอพูดและทำให้ผมต้องคิดตาม
"..... คิดมากน่า ชั้นไม่ทิ้งแกไปง่ายๆหรอก นอกจาก แกจะทิ้งเรา"
ผมพูดด้วยความมั่นใจ และผมก็สังเกตเห็นรอยยิ้มจากหน้าเธอมากกว่าเดิม
"จิงป่ะ ^^ งั้นมาเกี่ยวก้อยกัน เย้ๆ"
...............................................................
 
"โบ๊ทโว้ย ไอ้โบ๊ท"โจ้ชักศอกใส่ผม
"Oops ไรฟะ - -"ผมจับท้องด้วยความเจ็บ
"จาน มองแกอยู่"โจ้ เหล่ตา มองอาจารให้ดู
พอผมมองตาม ผทก็ต้องส่งเสียงออกมาเล็กน้อย
"อ่ะจึ๋ย =A=" แล้วผมก็หันหน้าไป คุยกะ โจ้
"ก็ด่ะ ใจมากโจ้ กุไม่เหม่อละ"
 
พอถึงกลางวัน ก็ เล่นบาส พักเสร็จก็มาเรียน วันๆมีอยู่แค่นี้ละ - - แต่วันนนี้ ทำไมต้องเอาเวลามาคิดถึงเรื่องนี้ด้วยละ ไม่เข้าใจ ความคิดตัวเองวุ้ย -*-
หลังจากนั้น พอ เลิก เล่นบาสเส็ด ก็ กลับบ้านไป ตามระเบียบ
 
Chapter 5 :
"ตื้ดๆ....." เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาในกลางดึก
ผมก็เลยออกมารับโทรศัพท์
"สวัสดีครับ ขอสายใครครับ อ้าว~ เองหรอ" ผมพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ
"มีอะไรถึงโทรมาละเนี่ย"ผมยิงคำถามเลยทันที
เธออึ้งไปพักนึงอยู่เหมือนกัน ท่าทางเธอคงยังไม่กล้าจะพูดอะไรบางอย่าง
และ แล้ว เธอก็ตัดสินใจพูดออกมา
"เอ่อ.... คือว่า.... เราแอบชอบคนๆนึงละ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงแบบเขินอาย~
"......"ผมฟังเธอ และอึ้งไปพักใหญ่ เหมือนโดนอะไรสักอย่างมาตีหัว เข้าอย่างจัง
แล้วผมก็ ตัดสินใจ ถามเธอต่อไป (ถึงแม้ไม่อยากรู้ก้อเหอะ -*-)
"ล....แล้ว มันเป็นใครอ่ะ" พอพูดเส็ด ผม รีบฟังทันทีด้วยความอยากรู้ ว่ามันคือใคร
"เค้า......เค้าชื่อ เบิร์ด อ่ะ >_<" พอเธอพุดออกมา ผมอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะกลั้นใจ ยิงคำถามต่อไป
"แล้วไป รู้จักได้ไงอ่ะ -3-"
"ตอนเรียนพิเศษอ่ะ" เธอตอบออกมา ฟังแล้ว อยากไปตบหัวจริงๆ หมั่นไส้อ่ะ -..-
"วิสุทธานีอ่ะนะ" ผมสวมบทนักข่าวทันที ถึงแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
"อือ" เธอตอบมาด้วยความไม่ลังเลเลย =[]=
"แล้วจะให้เราทำอะไรละ ก็ ไปรุ้จักกันแล้วนิ สนิทกันแล้วด้วย" ผมพูดประชดๆไป เนื่องจาก เหตุการณ์ที่เธอโกหก
"ง่า~ ทำไมต้องทำน้ำเสียงงั้นด้วยอ่ะ T^T" เธอพูดด้วยนำเสียงที่สั่นๆ
"เง้อ ล้อเล่งน่า~ แล้วมีอะไรละ??"ผมถามเธอต่อทันที (เปลี่ยนประเด็นนั่นเอง)
เธอใช้เวลาคิดไปสักพัก แล้ว เธอ ก็ พูดออกมา
"ก็จะมาถามว่า ทำอย่างไรให้ผู้ชายเค้ารู้ว่าชอบอ่ะ แบบว่า ผู้หญิงไปถามมัน ก้น่าเกลียดใช่ป่ะ ก็เลยจะให้แกช่วยคิดsms หรืออะไรก็ได้ให้หน่อยอ่ะ แบบหวานๆให้หน่อยอ่ะ"
"......"ผมเงียบไป แต่ในใจ บ่น (โหย ยากสุดๆ อ่ะ  =_=)
"เออ ก้ได้ ถ้าช้าน มี Feel ก็จะคิดให้ แต่ว่า แกไม่คิดหรอ ว่า ให้ชั้นแต่งให้ผู้ชาย เราจะ มี อารมณ์แต่งหรอ"
เธอได้ยินก็คิด แล้วก็พูดออกมา
"เออ นั่นจิ เอางายดีหว่า อ๋อ! แกก็คิดว่า ทำอะไรให้ชั้นสิ ดีป่ะ ^w^" เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกระดี๊กระด๊า
"ง่ะ" ผมอุทาน และ อึ้งไปสักพัก
"หือ?? ทำไมหรอ - -?" เธอพูดออกมาด้วยความสงกะสัย
พอเธอพูดออกมา ผมก็เลย เกิด reaction ขึ้นมา
"ป....ป๊าวว~ ขืนส่งไปก็รู้ความใจเราหมดดิ =A= เอ๊ย ไม่ใช่ๆ"ผมลุกลี้ลุกลนเมื่อพูดออกไป
"ตะกี้พูดอะไรนะ เหมือนได้ยินแปลกๆ"เธอถามผมด้วยน้ำเสียงที่สงสัย(อีกรอบ)
ผมรู้ตัวได้ ผมเลยรีบพูดตัดบทโดยไม่ลังเล
"ไม่มีไรหรอก เด๋วคิดให้ละกัน งั้นแค่นี้ละกันนะ ฝานดีค่ะ" แล้วผมก็ วางโทรศัพท์แทบจะโดยทันที
 
หลังจากที่ผมวางสายไป ผมก็พูดบ่นขึ้นมาลอย
"โหยไรวะ ซวยเลยตู ทั้งขึ้น ทั้งร่อง"
 
คืนนั้น ผมได้ใช้เวลาก่อนนอน นั่งคิดว่า จะ ทำอะไรดี
"จะทำไรดีฟะ ส่ง sms ก็ได้มั้ง"
"เอาแบบที่เคยเห็นละกัน ชิ!"
ผมก้นั่งพิมตามที่เห็นมาเลย
"เอาละ เสร็จละ ปวดมือชะมัดเลย นอนดีฝ่า"
และแล้ว ผมก็ นอนหลับ เผื่อเผชิญกับวันพรุ่งนี้
 
Chapter 6 : วันถัดมา
"โบ๊ทๆ" เสียงเรียกเจ้าเก่าเรียกแต่เช้า
"อะไรฟะ  =w=" ผมทำหน้างงๆ ใส่
"ขอบคุณมากที่ช่วยเราคิดอ่ะ" เธอตอบเสียงที่ดีใจมากกก
"..........(ช่วยคิดตงไหนฟะ ความคิดตูล้วนๆ)" ผมไม่ตอบพลางยิ้มให้เธอ
"โบ๊ท ช่วยทำ ยังงี้ ทุกวันเลยนะ" เธอส่งสายตาวิงวินให้ผม
"=[]=!! เฮ้ย ว่าไงนะ"ผมถามกลับทันควัน
เธอทำหน้า งง แล้วพูดขึ้นมา
"อ้าว นี่ลืมไปแล้วหรอ สัญญากันแล้วนิ"
ผมทำหน้า เซงสุดๆ แล้วก็ต้องตอบไป
"ชิ!! เออ ก็ได้ๆ จาดไป"
"เย้ๆ" แล้ว เธอก็ วิ่งดีใจเข้าห้องเรียนไป
 
หลังจากนั้น ทุกๆวันผมต้องคิดแล้วก็ส่ง sms ให้เอตลอดมา (เฮ้อ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร เธอจะรับรู้ความรู้สึกของเรานะ)
 
จนกระทั่งวันนึง
"โบ๊ททททท....." เสียงใสๆ คุ้นหู =w= แต่วันนี้ ลากยาวมาเชียว
ผมเห็นเธอวิ่งมา ผมเลยต้องถาม
"เฮ้ย เกิดเรื่องะไรขึ้นหรอฟะ  =[]="
"แปปๆ ขอหายใจหน่อย แฮ่กๆ" เธอตอบด้วยท่ทางที่เหนื่อยมาก
"เค้ายอมเป็นเราแล้วละ แฮ่กๆ"
"........"ผมนิ่งเป็นหินไปเลย
เธอเห็นผมนิ่ง ก็เลยถาม
"อ้าว เป็นไรไปอ่ะ ไหงนิ่งยังงั้น??"
ผมพึ่งรู้สึกตัว ก็เลย ตอบออกไป
"ป....ป่าว ไม่มีอะไร ยินดีด้วยนะ"
"อือ เพราะ โบ๊ท ช่วยเราแท้ๆ เลย"
"แฮะๆ ไม่เปนไร"
"เออ โบ๊ท"
"จ๋า = =?!?"
"ต่อไปนี้ ไม่ต้อง sms ให้เราแล้วนะ"
"อ้าว ทำไมละ"
"อ้าว ก็ เค้า เป็นแฟนเราแล้วนิ"
"เออ จิงแฮะ ไม่น่าถามเลย"
"แต่จะยังไงก็เหอะ ขอบคุณมากนะ"
"ไม่เปนไร"
"เย้ๆ ดีใจจัง"
"........."
 
หลังจากนั้น เราต่างคนต่างก็แยกย้ายกัน เพราะ เธอก็มีแฟนแล้วนิ ผมไม่มีกะจิตกะใจ จะทำอะไรเลย จนกระทั่งถึงบ้าน
 
 
Now Loading.......
March 05

อะไรคือความรัก

หลังจากที่ทุกคนรีบชิงมาเม้น =w= ตาตูละ
 
==============================================
 
นั่นสิ มันคืออะไร แต่ส่วนใหญ่ชอบพูดกัน ความรักคือสิ่งที่สวยงาม
ขางคนก็ว่า ความรักเป็นสิ่งไม่สวยงาม ยังมีอีกหลายความคิดที่เกี่ยวกับสิ่งนี้ซึ่งมากมายนับไม่ถ้วน
หลายๆคน คงจะเคยค้นหาคำตอบที่เกี่ยวข้องกับคำๆนี้ แต่สิ่งที่ทุกคนได้รับกลับไม่เหมือนกัน
บางคนสมหวัง , อกหัก บ้างก็ได้แต่เฝ้าคอย และ ยังมีอีกหลายสารพัด
 
ในสมัยก่อน ความรักอาจจะเป็นสิ่งที่สวยงาม ผูกมัดคน2คนด้วย ความเข้าใจซึ่งกันและกัน
แต่ในปัจจุบัน โลกย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ขนาดโลกยังเปลี่ยน ไฉนเลย ความคิดจะไม่เปลี่ยน
 
สมัยนี้เค้าฮิตคำว่า "กิ๊ก" กัน ผมชักสงสัยแล้วว่า ความรักในสมัยนี้คืออะไร ผมเคยถามรุ่นพี่คนๆนึง
รู้ไหม เค้าพูดว่าอะไร เค้าพูดว่า Love กับ Sex มันสะกดต่างกัน ถ้าคุณมีหน้าตาดี สเต็ปดี มีเงิน มีรถ
หรือมีสักสองอย่าง อย่างที่กล่าวมา เวลาคุณไปเที่ยว Pub คุณก็สามารถ ออฟ กลับห้องได้ละ
ความรักมันคือความต้องการไงละ มมันไม่ผิดซะหน่อย ในเมื่อต่างฝ่ายต่างต้องการ
 
ผมได้ฟังแล้วรู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก
ผมได้แต่คิดว่า "ความรัก"มันคืออะไรกัน
 
เมื่อมีความรัก สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ผมเชื่อถือ ก็คือ "ความจริงใจ" 
 
ทำไมละ สมัยผมยังอยู่ ม.ปลาย ผมมีโอกาสได้อยู่วงดนตรีของโรงเรียน และ ผมกับเค้าก็อยู่วงดนตรีกัน
ผมดูแล น้องทุกคน ด้วยความจริงใจ ผมกับเค้าเลยเปนแฟนกัน ได้ไง =[]= (ถึงตอนหลังผมจะเป็นคนโง่ก็เหอะ)
แต่สิ่งที่กำลังจะพังความคิดของผมลงมาอย่างราบคาบ ก็ตอนที่ผมเจอเธอ
เธอเป็นคนอายุไล่เลี่ยกับผม เดสนิทกัน ผมชอบเธอนะ ที่พูดตรงๆ น่ารัก และมีอารมขัน
แต่ทำไม..... ช่วงหลัง ถึงได้หายไป ไม่รับโทรศัพท์ ทำไมละ ไหนบอกว่าเป็นเพื่อนกันไง
ทำไม มันถึงได้เปลี่ยนแปลงได้ง่ายนักละ เราไม่ได้ไปทำอะไรสักหน่อย เราก็อยู่แบบที่เป็นเสมอมา
นานมาก ที่ ใช้เวลาทำความเข้าใจ แต่ ยิ่งนานไปเรื่อยๆ ก็ไม่เข้าใจเสียที
ความคิด อารมณ์ที่ผ่านเวลามานาน มันก็เริ่มฟุ้งซ่านขึ้นมา แต่ช่วงที่กำลังจะระเบิด
เธอก็ดั๊นโผล่ขึ้นมา อารมณืที่อยากจะคาดคั้น อยากรู้ หายไปไหนหมด
ทำไม?? เราต้องอ่อนลงละ เป็นอย่างนี้ ทุกที นั่นสิ ทำไมกัน
ถึงเธอจะพูดอะไรก็ตาม ผมก็พอจะเดาความเป็นจริงได้อยู่ดี เพราะผมพอจะคาดดเดาความคิดของเธอได้
ใช่ผมไม่หล่อ ไม่ได้รวย ไม่ได้ดีเด่อะไร หึหึ น่าสมเพชใช่ไหมละ
เธอคงไม่รู้ ผมอ่านสิ่งที่เธอเขียน ตาม เว็บ ของเธอ ตลอด จนผมเข้าใจในสาเหตุที่เธอหายไป ไม่รับโทรศัพ
เพราะ ไม่มีอารมณ์ ไม่สนใจ หึหึ ดีจริงๆ พูดตรงๆมาดีกว่า ความรู้สึกดีๆที่มีก็จะคงอยู่
แต่ตอนนี้ มิตรภาพ ความรู้สึกที่เรามีเริ่มจะพังทลายลงมาแล้ว
เธออาจจะไม่สนใจ แต่ผม รอคำตอบเสมอนะ .............
 
ตอนนี้จะลองดูอีกครั้ง ว่าความรัก ความหายที่แท้จริงของมันเป็นอย่างไร ผมจะใช้สิ่งที่ผมเชื่อ ชนะได้หรือไม่
หวังว่า ใครคนหนึ่งจะรู้ ว่าผมหมายถึงใคร
ถึงแม้ว่า ผม จะเป็นคนที่หน้าเบื่อ แต่ผมก็ปรับตัวได้นะ
 
November 03

เวลาที่ไม่อาจหวนกลับคืน

ผมเคยคิดไว้ว่า อยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆอยู่ตลอด จนกระทั่ง.... วันที่เธอจากผมไป......
 

Photobucket - Video and Image Hosting

ในสมัยที่ผมยังเด็กๆ ผมมักจะโดนคนๆหนึ่ง สั่งเหมือนผมเป็นึคนรับใช้  =___= คนๆนั้น ก็คือเธอ
ผมกับเธอค่อนข้างสนิทกันมาก เล่นทุกเช้า ทุกเย็น  ไปไหนก็ไปด้วยกัน เรียนด้วยกัน กลับด้วยกัน สารพัด ยก เว้น อาบน้ำด้วยกัน =[]=
และ  เรา 2 คน ก็ได้สัญญากัน ข้อนึง ซึ่งตอนนี้ผมจพไม่ได้แล้ว ต่อจากนั้นมาไม่นาน เธอก็ได้ย้ายบ้านไป โดยที่ผมยังไม่ได้ ร่ำลาเธอ
เหตุการณืครั้งนั้น ทำให้ผมเสียใจ ที่ เวลาไม่ได้โอกาสผมในการร่ำลา

Photobucket - Video and Image Hosting

 
-------------------------------------------------------------
 
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ตอนนี้ผมก็เรียนมหาลัยแล้ว ผมคิดไว้ในใจว่า
"อยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆจัง จะได้จบไวๆ =w=" หลังจากที่ผมคิดยังงี้ได้ไม่กี่วัน
วันหนึ่ง ในระหว่างที่ผมได้กลับบ้าน ผมได้มองยังบ้านหลีงหนึ่ง บ้านที่เธออยู่ในสมัยก่อน ผมมองอยุ่อย่างงี้ ทุกๆวัน
และ วันนี้ มันแปลกๆไป มีคนย้ายของเข้ามาในบ้านของเธอ ผมแปลกใจมาก ผมเลยรีบไปถามแม่ ที่บ้านผมทันที
และในทันทีที่ผมเดินเข้าไป ปรากฏ แม่ผมได้นั่งรออยู่แล้ว แม่ได้มาบอกผมว่า
 
แม่: "ลูก มีเพื่อนมาหาจ้ะ รับรองว่าลูกต้องแปลกใจ แน่นอน"

Photobucket - Video and Image Hosting

 
--------------------------------------------------------------
 
แม่ผมอมยิ้มแล้วเดินจากไป ผมฟังแล้วงง คิดในใจ  "ใครกันหว่า ที่จะ มาหาเราถึงบ้าน" 
และ เมื่อผมเดินเขาไปในห้องรับแขก ผมก็ได้เจอกับคนๆหนึ่ง คนที่ผมไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอ ผมนิ่งไปสักพัก
 
เธอเห็นผมเหวอ เธอก็เลยหัวเราะคิกคักขึ้นมา ถึงตอนนี้ผมณู้สึกตัวแล้ว เลยทำท่าแก้เขินไป นิดๆหน่อยๆ แล้วถามเธอว่า
 
ผม : "กลับมาตั้งแต่เมื่อไหรอ่ะ"
เธอ : "ไม่กี่วันนี้เอง ไม่เจอกันนาน หล่อขึ้นเยอะ เลยน้า คิกๆ"
ผม : "บ้าหรอ แฮะๆ"
 
หลังจากนั้น เราก็ได้คุยกันเพลิน จนกระทั้งผมได้ถามเธอว่า
 
ผม: "นี่ สัญญาที่เราเคยพูดกันตอนเด็กๆ นี่อารายหรอ จามม่ค่อยได้ บอกหน่อยได้ป่ะ"
 
ทันทีที่เธอได้ยิน ผมสังเกตเห็นสัหน้าไม่พอใจ แวบนึง
 
แล้ว เธอก็ตอบผมว่า "อีกไม่นานก็รู้น่า~"
 
หลังจากที่คุยได้ไม่นาน เธอก็ขอตัวกลับบ้านไป ผมจึงได้ไปส่งเธอที่บ้าน แล้วถามเธอว่า
 
ผม: "เรียนไหนหรอ"
เธอ: "ที่เดวกันไง ไม่รู้หรอเนี่ย"
 
ผมตอบอย่างไม่เชื่อว่า "จิงดิ =[]="
 
เธอตอบผมกลับด้วยสีหน้า กวนๆ "จิงสิไม่เชิ่อ เด๋วพุ่งเน้ ก็เจอกันเอง"
 
ผมเลยตอบกลับไปว่า "โอเค แล้วเจอกัน พุ่งเน้ นะ บั๊บบายยย"
 
พอผมพูดเส็ดก็กลับบ้านเลย
 
-------------------------------------------------------
 
วันรุ่งขึ้น ผมก็ได้ไปรับเธอถึงที่บ้าน เพื่อจะรอดูว่าใช่ที่เดวกันหรือเปล่า พอเธออกมา
ผมก็เชื่อเลยว่า ที่เดวกัน ทำไมน่ะหรอ ก็ชุดกะเข็มมันมหาลัยเดวกะผมนะซิ
จากนั้น เรา 2 คนก็ได้ไปเรียนด้วยกัน กลับด้วยกัน
จนคนอื่นคิดว่าเราคงเป็นแฟนกัน ผมรู้สึกเฉยๆนะ แต่เธอผมไม่รู้ 
และเราก็ทำกิจวัตรแบบนี้จนกระทั่งวันที่ได้รับปริญญาตรี เธอกับผมก็ยังคงไม่มีแฟนเป็นของตัวเองซะที
มานน่าแปลกนะ และตอนหัวค่ำ เรา 2 คน และเพื่อนยๆ ก็ได้ไปฉลองกัน

Photobucket - Video and Image Hosting

 
-------------------------------------------------------
 
ในระหว่างการฉลองนี่เอง  ที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้น
เมื่อเธอได้เกิดอาหารปวดหัวมากจบสลบคางาน ผมได้เข้าไปประคองเธอ แล้ว เธอก็ฟื้น ขึ้นมา แล้วบอกผมว่า "ไม่เปนไรหรอก ไปสนุกต่อเหอะ"
ผมได้ฟัง ผมก็ยังไม่เชื่อ ว่า เธอไม่เป็นไร พอเธอเดินไปสักพัก เธิก็ ล้มลงไป
ผมจึงรีบไปประคอง และ ส่งเธอไปโรงพยาบาล พลางโทรศัพท์เรียกพ่อแม่ของเธอมา
ผมนั่งรอผลการตรวจอยู่ หมอได้เข้ามาบอกผมว่า "ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ"
 
-------------------------------------------------------------------
 
ได้ยินที่หมอพูดยังงี้ ค่อยสบายใจหน่อย แต่หลังจากนั้น พ่อแม่ของเธอ ก็เข้ามา และขอบคุณผมที่พาเธอมาส่ง
แล้วพวกเค้าก็เดินเค้าไปคุยกับหมอ ผมไม่รู้สึกเอะใจ ที่เห็นสีหน้าของพวกเค้าเครียดขึ้น
ผมดันไปคิดว่า พวกเค้าคงกังวลที่เธอล้มลงไปมากกว่า
 
ผ่านไป 3-4 วัน เธอก็กลับมาที่บ้านของเธอ ผมก็ยังคงไปเยี่ยมเยีนเธออยู่เสมอ
แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่ "ว่าทำไม อาการของเธอดูไม่ดีขึ้นเลย แต่หมอบอกผมว่า ไม่เป็นไร คงจะไม่เป็นไรหรอกน่า" ผมคิดยังงี้
แต่ก็เป็นความคิดที่ผมไม่มีทางวันลืม   เมื่อ..... วันที่ผมไปดูดาวกับเธอ
 
----------------------------------------------------------

Photobucket - Video and Image Hosting

 
"นี่ นายพาเราไปดูดาวหน่อยนะ อยากดุอ่ะ นะๆๆ" เธอ ชวนผมด้วย ท่าที ที่แข็งแรงขึ้นมามากแล้ว
"ไม่ไป จะมีไรป่ะ" ผม ตอบ เธอด้วยท่าที ยียวน
"มี ไม่ไป เค้าจะฟ้องพ่อด้วย ฮึ >O<" เธอตอบพลางค้อนผม
" ง่ะ =[]= เล่นไม้นี้เลยหรอ - - ไปก็ได้ฟะ"  พลางเอามือมากุมขมับเล็กน้อย
"เย้!! ^w^ งั้น อาทิต หน้าเจอกันนะ อิอิ"พูดเส็ด แล้ว เธอก็เดินกลับบ้านของเธอ ผมมองด้วยสายตาที่มีความรู้สึกแปลกๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
 
---------------------------------------------------------
 
หลังจากนั้น ไม่นาน ผมข่าวมาว่า พักนี้ อาการปวดหัวของเธอเริ่มกำเริบถี่ขึ้น ผมมีความรู้สึกห่วงเธอมาก ไปเยี่ยมไม่มีห่าง
จนกระทั่ง ผมรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อตอน ที่เธอ ขอ ให้ผมพาเธอไปดูดาว เร็วขึ้นกว่า เดิม
 
"นี่เราไปดูดาวกันวันนี้ เลยดีกว่า" เธอพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเหมือนเคย
"ไมอ่ะ มีอารายหรอถึงต้องไปวันนี้อ่ะ" ผมถามเธอด้วยสีหน้าที่งุนงง
"เหอะน่า เราจำได้ว่า นายอยากรู้สัญญาที่เราเคยพูดด้วยกันนิ ถ้าไปวันนั้น นายจะได้รู้ไปด้วยไง" เธอตอบผม และ ทำท่า หยั่งกับ ถือไพ่ตาย อย่างไรอยางงั้น
"ที่เธอ อยากไปเร็วขึ้นอ่ะ คงม่ใช่....." ผมถามด้วยสีหน้าที่หนักใจพลางจ้องที่ดวงตาของเธอ
"ไม่มีไรหรอกน่า เห็นป่าว เรายังแข็งแรงอยู่เลย" เธอพูดพลาง ยกแขนขึ้นมาเพื่อโชว์กล้าม
ผมมองหน้าเธอแล้ว มองไปที่ร่างกายของเธอ ถึงแม้ เธอจะแสร้งทำก็ตาม ผมก็รู้สึกขัดเธอไม่ได้
"ก็ได้ๆ ไปก้อไป"
 
--------------------------------------------------------
 
คืนนั้น ผมได้พาเธอไปดูดาวกันที่ๆหนึ่ง ที่ๆเรา เคยมานอนเล่นกัน เมื่อ สมัยยังเด็ก ที่ๆเราคุ้นเคย,เคย สัมผัสมาเนิ่นนาน
ผมรู้สึกว่า คินนี้ มันแปลกไป ตั้งแต่ ตอนที่เธอชวนผม จนถึงตอนนี้ ตอนที่เธอไม่ค่อยพูดกไม่ค่อยจา ไม่เหมือนเอคนเก่า ที่ขี้เล่นอย่างที่ผมรู้จัก
เหมือนกับว่า เธอพยายาม ใช้เวลา ช่วงนี้ ซึมซับ ภาพ และ บรรยากาศรอบๆตัวอยู่ และ แล้ว เธอก็พูดกับผม ขึ้นมา
 
เธอ : "นี่ เขาว่ากันว่า ถ้าเราเห็นดาวตก เราสามารถขออะไรได้อย่างนึงใช่ไหม"
ผม : "อือ เมื่อก่อนเราก็เคยได้ยิน"
เธอ :"และรู้ไหม ว่า ตอนเด็กๆที่เราสัญยากัน ก็มีดาวตกด้วยแหละ อิอิ"
ผม : "จิงดิ ไม เรา จามม่ได้หว่า =w="
เธอ :"แต่เราไม่บอกนายหรอกนะ ^w^ แต่เราขอนายอย่างนึงได้ม้า~"
ผม : "อะไรละ พูดมาก่อนจิ ถ้าได้ ก็ให้"
เธอ :"ง้าน ขอเลยนะ อิอิ วันนี้ เราขอกอดเธอหน่อยได้ไหม"
ผม : "หา!! ทามมายต้องกอดเราด้วยอ่ะ"
เธอ :"เหอะน่า จะให้ดีๆ หรือ จะให้ด้วยน้ามตา"
ผม : "ง่ะ ก็ได้ค้าฟฟ -0-"
 
Photobucket - Video and Image Hosting
 
---------------------------------------------------------------
 
หลังจากนั้น เธอก็ได้ เข้ามากอดผม ผมรู้สึกประหม่า แต่ ความรู้สึกอะไร ไม่รุ้ บังคับให้ผมต้องกอดเธอ แล้วเธอก็พูดขึ้นมา
"ลองมองดาวที่อยู่บนท้องฟ้าดูสิ มันช่างงดงาม สดใส ในยามที่เปล่งประกาย แต่ในทางกลับกัน ก็ยังมีบางดวงที่มีแสงริบหรี่ ใกล้แตกสลายประหนึ่งเหมือนเปลวเทียนที่ใกล้ดับ"
 
ผมฟังเธอพูด ช่างน่าแปลกใจ ทำไม เธอถึงพูดอย่างงี้ แต่ที่รู้สึกมากกว่านั้น ผมพึ่งรู้ใจของผมเอง ที่ ว่า ผมชอบเธออยู่ แล้วผมก็กลั้นใจ แล้ว ฟังเธอต่อ
 
"เราจะบอกให้นายรู้นะ ว่าตอนนั้น เราสัญญาอะไรไว้ด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ มันก็สำเร็จไปแล้ว"
"จิงหรือ แล้ว มันคืออะไรอ่ะ"
'ตอนนั้น เราสัญญากันไว้ว่า เราจะมาดูดาวกันอีกครั้งที่นี่ และตอนนี้ เราก็ได้ดูด้วยกันแล้วไง"
"อือ ความจริงเรามีเรื่องจะบอกเธอเหมือกันนะ" และ ทันทีที่ผทจะพูด เธอก็พูดขึ้นมาว่า
"ดูนะ อีกแปปนึง จะมีดาวตกด้วยละ เรามาเตรียมตัวอฐิษฐานกันเหอะ"
"รู้ได้ไงอ่"
"เหอะน่า เตรียมตัวไวก็พอ"
"และ ขอบอกนายไว้นะ เธอคือคนที่เรารักมากที่สุด อิอิ"
"บ้า >O< มาพูดไรตอนนี้ละ"
"ถ้าตอนนี้ มีดาวตก เราจะ ขอไว้ว่า ชาตืหน้า ขอให้เราได้กลับมาเจอกัน และ เป็คนที่รักกันมากที่สุด"
"เฮ้ย ทำไม พู฿ดเปนลางยังงี้ละ หรือว่า เธอ...."
"ดูนั่น ดาวตก ลงมาแล้ว"
 
-------------------------------------------------------------
 
ผมรีบกลับไปแต่ยังไม่เหนอะไร ผมก็ยังนอนรอ เวลาผ่านไป ผมอยากให้เวลาหยุดอยุ่ตรงนี้นานไปอีกแต่ในทันทีที่ผมคิด ก็มีดาวตกลงมาจิงๆ
ผมจึงได้ ขอไว้ว่า "ขอให้ผมได้อยุ่กับเธอนานๆ นะค้าฟฟ"
แล้วผมก็หันไปถามเธอว่า "ขอไรไปอ่ะ"
ไม่มีเสียงตอบ ผมมองหน้าเธอ ตาของเธอปิดลง
ราวกับ เธอได้หลับไปแล้ว
ผมเขย่าตัวเธอ พลางตะโดนขึ้นมา
"เปงอารายไป ตื่นสิ อย่าล้อเล่น กันแบบนี้"
"เฮ้ย เราไม่ชอบแบบนี้ นะเฟ้ย อย่าให้ความหวังแล้วจากไปยังงี้เด้"
"รุ้ไหม ว่า เราขออะไร เราขอไว้ว่า ..... ว่าให้ช้านอยู่กะแกไปอีกนานๆนะโว้ยย ตื่นสิ ตื่นนนน อย่าล้อเล่นกันแบบนี้' ไม่มี ปฏิกิริยาตอบสนอง
"รู้ไหม ว่าช้านรักแก ได้ยินไหมมม ตื่นสิ"
 
----------------------------------------------------------------
 
เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ผมรีบโทรศัพเรียกรถพยาบาลพร้อมโทรไปหาพ่อแม่ของเธอ
จากนั้น ไม่นาน รถพยาบาลก็ได้มารับเธอไปด้วยความรวดเร็ว เมื่อมาถึงโรงพยาบาล
ผมก็ได้รีบไปหาพ่อแม่เธอ พ่อแม่ของเธอหน้าหดหู่อย่างบอกไม่ถูก แต่ผมต้องถาม  เพราะผมอยากรู้
"เค้าเปงอะไรไปหรือครับ จู่ก้อเป็นลมและหลับไปอย่างงั้น ผมถามอะไร เค้าก็ไม่ตอบผมเลย" ผมถามด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก เพราะรู้คำตอบอบู่แล้ว
"ฟังแล้วอย่าตกใจนะ เค้าสั่งไว้ว่าอย่าบอกให้ใครรู้ เธอ...."
"เป็นอะไรหรือครับ"
"เธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย"
 "ฮือๆ" แม่ของเธอนั่งร้องไห้อยู่

Photobucket - Video and Image Hosting

 
-------------------------------------------------------------------
 
เวลาผ่านไป 2ชั่วโมง แต่สำหรับผมเหมือนกับรอเป็นวัน และแล้ว หมอก้เดินออกมาจากห้อง ICU ผมรีบไปถามหมอทันที่
"หมอครับ ตกลง เธอเป็นอะไรไหมครับ หมอ คงรักษาเธอได้ใช่ไหมครับ"
"เอ่ออ หมอขอแสดงความเสียยใจด้วยครับ เธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เรารักษาไม่ได้หรอก" หมอตอบด้วยสีหน้าที่หนักใจ
ผมได้ยินแล้ว ผมก็พูดด้วยรอยยิ้ม
"ไม่จริงน่า ผมรู้ ว่าหมอโกหกผม หมอรักษาเธอหายแล้วใช่ไหม"
"นี่ ทำใจ ยอมรับความจริงได้แล้ว หมอไม่ได้โกหก เธอหรอก" พ่อของเธอได้เดินมาเตือนสติผท
"........"
"เอ่อ คนไข้ต้องการพบเธอน่ะ" หมอพูดขึ้น
"ครับ เธออยู่ไหนครับ"
 
----------------------------------------------------------------
 
ผมรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หมอเตรียมไว้ให้ แล้ว รีบตามหมอไปโดยทันที
เมื่อผมได้เดินเข้ามา ผมมองเห็นเธอ
หน้าตาเธอ ซีด เหมือนคนที่ไม่สบายหนัก ผมรีบเดินไปหาเธอ นั่งลง แล้วพูดกับเธอ
"ทำไม... แก ไม่บอกเรา ว่า แกไม่สบาย รุ้ไหมว่า เราเป็นห่วง เสียใจมากขนาดไหน" ผมพูดด้วยนำเสียงที่เหมือนคนร้องไห้ แล้ว ลูบหน้าของเธอ
"ก็... ก็ เรากลัวว่า เธอ จะเป็นห่วงเรามากเกินไป" เธอตอบกลับมาด้วยน้ำตา
"เราเป็นเพื่อนกันมาก็นาน เราไม่อยากให้แกเป็นแบบนี้เลย ทำไมต้องมาเป็นตอนนั้นด้วยละ รู้ไหมว่า เราคิดอย่างไง" และแล้ว ในที่สุด ผมก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ แลวพูดออกมา
"แค่เธอกอดเรา เราก็รับรุ้ได้แล้วละ ว่าเธอคิดยังไง" เธอตอบสีหน้าที่มีรอยยิ้ม
"ถ้ารู้แล้ว ทำไมไม่บอกเรา" ผมพูด
'เราขอโทษละกัน ที่เราไม่ได้บอกนาย" เธอตอบมาด้วยท่าทีที่เสียใจ
"พ่อคะ แม่คะ มาหานู๋หน่อย" เธอเรียนพ่อแม่ของเธอ ผมจึงเดินไปสงบสติอยู่อีกที่นึง
 
-----------------------------------------------------------------------
 
ผมได้มองเห็นพวกเค้า คุยกันด้วยน้ำตา และ ในที่สุด เธอก็เรียกผม
"มีอะไรเหรอ"
"ป่าวหรอก ไม่มีอะไร แค่ในช่วงสุดท้ายนี่ เราอยากอยู่กับคนที่เรารักมากที่สุดไง" เธอตอบมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
"ทำไม พูดอย่างงี้ละ มันไม่ดีรู้ไหม"
"เรารู้ตัวเองดี ว่า มันคงถึงเวลาแล้ว"
"ไม่... อย่าคิดอย่างงั้นสิ"
"รู้ไหม ว่า เราขออะไรไป เอาหูมาสิ แล้วจะบอกให้ฟัง แล้วเธอต้องบอกเราด้วยนะ อิอิ" เธอบอกด้วยน้ำเยงที่ร่าเริง แต่แหบแห้ง
พอผมได้ยิน ผมก็อึ้งแล้ว ร้องไห้มา หนักกว่าเดิม แล้วผมก็กระซิบให้เธอฟัง หลังจากที่เธอฟัง
เธอก็ยิ้ม แล้วพูดขึ้น
"เราดีใจมากเลยนะ ที่นายพูดยังงี้ ขอให้คำขอของพวกเราเป็นจริงนะ"
"อือ" ผมตอบเธอ และมองดูหน้าเธอที่เหมือนจะหลับตลอดเวลา
"แต่เราขออย่างนึงนะ นายช่วยจับมือเราไปนานๆได้ไหม"
"ได้สิ ได้อยู่แล้ว ทำไมเราจะไม่ทำละ"
 

Photobucket - Video and Image Hosting

------------------------------------------------------------------
 
ผมจับมือเธอ และ ประคองเธอขึ้นมาในท่านั่ง ผมโอบกอดเธอ
ผมอยากให้เวลาหยุดลงแค่นี้ ชั่วโมง นาที และ วินาที ได้โปรดอย่าเดินอีกเลย
แต่ผมคงห้ามไม่ได้ ได้แต่ คิดว่า มันจะช้าหรือเร็วเท่านั้น และในที่สุด ทันที ที่หัวของเธอมาซบไหล่ผม
ผมก็รู้แล้วว่า เธอได้จากผมไปแล้ว
ผมจับเธอนอนลง พลางมองดูที่เธอ สีหน้าของเธออิ่มเอิบ มสีเลือดฝาดๆ และ ยิ้มอยู่
ผมดึใจที่เธอจากไปด้วยดี
แต่ ในขณะที่ผมทำอย่างงั้นอยู่ ความคิดของผมก็ได้คิดไปด้วยว่า
"ทำไมเวลาช่างผ่านไปช้า ในตอนที่ผมไม่ต้องการมัน ทำไมเวลาถึงเร็ว ในเวลาที่ผมที่ผมต้องการมัน"
 
--------------------------------------------------------------------------------------
 
เมื่อเวลาผ่านไป ผมได้กลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมอีกครั้ง ในแบบที่ไม่มีเธอ ไม่มีใครสั่ง,ห้าม และ เป็นเพื่อนของผมในยามที่ผมไม่มีใคร
ทุกครั้งที่ผมเดินผ่านไปยังที่ๆ เราเคยมีกิจกรรมด้วยกัน ผมมักจะร้องไห้อยู่เสมอ
ผมอยากหมุนเวลากลับไปเพื่อที่ผมจะได้เธอคืนมา
แต่มันคงจะเป็นไปไม่ได้ ผมต้องก้าวเดินต่อไป เพื่อรักษาสัญญาที่เรามีไว้ต่อกัน
สัญญาที่เราบอกกันในช่วงที่เธอจะจากไป
"เราจะได้เจอกันอีก ไม่ว่าจะนานสักแค่ไหนก็ตาม และ เมื่อเราพบกัน เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม"
ไม่ว่าจะนานสักแค่ไหน จะชาตินี้ หรือ ชาติหน้า ผมก็จะรอเธอ
เพราะเวลาไม่มีวันหวนกลับไปนี่เอง

Photobucket - Video and Image Hosting

 
-----------------------------------------------------------------------------------
PS.จบแล้วเย้ๆๆๆ
เรื่องเฟคจ้า - -

October 03

ทุกสิ่งเปลี่ยนไป เพราะเวลา

ไม่ว่าทุกสิ่งจะดำเนินไปหรือหยุดนิ่ง สิง่ที่เป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดคือเวลา
 
 

 
ผมเคยเขียนไว้ใช่ไหม ว่า ความรักของผมคือการเขียนหนังสือ
และผมก็ได้ปิดหนังสือเลมนั้นลงแล้ว แต่ยังไงก็ตาม มันก็คือหนังสือ
ที่ไม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม เราก็ยังสามารถที่หยิบมันขึ้นมาใหม่ได้เสมอ
เห็นหรือเปล่า สิ่งที่สำคัญ คือ เวลา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำยังไงกับมัน
 
ทุกๆคนย่อมมัเวลาที่ไม่เท่ากัน แต่สิ่งเดียวที่เหมือน คือ เวลาไม่เคยหยุด ไม่เคยรอใคร
ขึ้นอยู่ว่าเราจะทำยังไงกับในเมื่อเวลายังเดินหน้าต่อไป
 
และในตอนนี้....ในเวลานี้ ผมรู้สึกได้ว่าผมได้ใช้เวลาของผมได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ
ผมเคยมีคำว่า เวลาของผม เปรียบเสมือน เข๋มนาฬิกา ที่เราสามารถหมุนกลับมายังที่เดิมได้
แต่ในตอนนี้ผมรู้แล้วครับว่า นั้นคือ สิ่งที่คิดได้แค่นั้นเอง เพราะ เราไม่สามารถเอาเวลาที่ผ่านไปกลับมาได้นั่นเอง

 
ทำไม ผม ถึงได้พูดเช่นนั้น......เพราะอะไร และอะไรที่เป็นปัจจัยนั้น เพราะ ผมได้ใช้เวลาที่เดินไปอยู่นี่ไปกับการรอคอย
ถ้าจะให้นิยามออกมาก็คงจะเป็น "เวลาไม่เคยหยุด แต่คนต่างหากที่เป็นคนหยุดมัน"
 
ในขณะที่ผมหยุดและรอคอย แน่นอนผมหวังว่าเธอคงจะหยุดรอผม และใช้เวลาร่วมกัน
แต่ในความเป็นจริง เวลาและ จิตใจของเธอนั้นไม่ได้หยุกมาที่ผม เธอจะยังคงเดินต่อไป และเดินต่อไปเรื่อยๆ
ส่วนผม เมื่อเวลาผ่านไปมากๆ ตัวผมและเวลาของผมคงจะไหลช้าลงกว่าคนอื่นมากมายนัก
 
แต่!!! สิ่งที่จะทำให้เวลาของผม เดินได้ตรงเช่นเดิม คือ "ความจริง+ความคิด" สิ่งนี้เปรียบเสมือน
อุปกรณ์ที่มาซ่อมแซม  ถ้ามีอะไรอยากพูด ก็ได้ โปรดบอกมา อย่าให้เราคิดไปเอง  เพราะ มันถึงเวลาที่เราจะต้อง่อมแซมตัวเองเสียที
 
และในตอนนี้ ผมรู้สึกได้แล้วว่า เวลาของผมและเธอ ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน เวลาของเธอนั้นไม่ได้มาหยุดลงที่ตัวผมเลย
แต่ เธอได้หยุดเวลาของเธอกับเวลาของคนอื่น และใช้เวลาของทั้ง สอง ร่วมกัน แต่เวลาของผมกลับสะดุดลงเสียแล้ว
และในที่สุด ก็คงถึงเวลาที่ผมต้องลุกขึ้นมา และเดินเวลาของผมให้ดีดังเดิมเหมือนเคย และเมื่อเวลาของผมเดิน
เสียงและจังหวะของมันคงจะเปลี่ยนไป  เปรียบเสมือนกับคนที่เปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เสมอ รวมทั้งจิตใจที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงเสมอ

 
แต่ใครจะรู้บ้าง  เมื่อเวลาอาจทำให้คนอื่นเปลี่ยนไป แต่ผมคนนี้จะเป็นคนเดิม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานซะแค่ไหน
ผมจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และยังคงเป็นนาฬิกาตัวเดิมของใครหลายๆคน ที่รู้จักตัวผมดี

 
และสุดท้ายนี้ขอฝาก ทิ้งท้ายไว้
 
บุคคลที่ยามมีความสุขไม่เคยจะหันมา  แต่เมื่อยามมีปัญหาก็มักจะมาหา
ขอบใจที่ยังคิดถึง ในเวลาที่ผมนั้นไม่อยาก....
ขอบคุณมากที่มาหาในยามที่ไม่มีความสุข
ขอบคุณที่ไม่มาหาในความสุข
และขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้ผมเศร้าได้ถึงเพียงนี้

 
--------------------------------------------------------------------------------------
PS ขอบคุณ ทุกคนที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นกันนะ ^^
     ขอให้เวลาของทุกคนเดินได้อย่างราบรื่น และอย่าได้สะดุดกลางคันเด็ดขาด >_<